IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเหลือ 3.1% ปีนี้ หวั่นสงครามอิหร่านดันเศรษฐกิจถึงจุดวิกฤต
กองทุนการเงินระหว่างประเทศreport ล่าสุดว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะขยายตัวเพียงnew ที่ 3.1% ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 3.3% โดยให้เหตุผลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านส่งผลให้เกิดpressure ต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก แม้จะตั้งสมมติฐานว่าเหตุการณ์จะอยู่ในวงจำกัด แต่ก็ยังส่งผลให้price พลังงานเพิ่มขึ้นราว 19% ภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งบานปลายจนส่งผลให้ธนาคารกลางต้องปรับขึ้นinterest rate เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อ จีดีพีโลกอาจลดลงเหลือเพียง 2% ทั้งในปี 2569 และ 2570 ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนที่รุนแรงต่อmarket การเงินและภาคธุรกิจทั่วไป ขณะที่risk ด้านอุปสงค์และต้นทุนการผลิตก็เพิ่มสูงขึ้น
ในส่วนของเศรษฐกิจสหรัฐ IMF คาดว่าจะเติบโต 2.3% ในปีนี้ และ 2.1% ในปีหน้า แม้จะมีการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มยูโรโซนจะมีการขยายตัวเพียง 1.1% ในปี 2569 ก่อนฟื้นเล็กน้อยเป็น 1.2% ในปี 2570 ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ครั้งก่อน สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจที่ยังเผชิญpressure จากหลายทิศทาง
สำหรับเอเชีย กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และกำลังพัฒนาอาจชะลอตัวลงเหลือ 4.9% ในปีนี้ และ 4.8% ในปีหน้า แต่จีนกลับได้รับการปรับเพิ่มคาดการณ์เป็น 4.4% จากการลดภาษีนำเข้าของสหรัฐและมาตรการกระตุ้นในประเทศ ขณะที่global trade คาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือ 2.8% ในปีนี้ ก่อนฟื้นตัวในปีหน้า แสดงให้เห็นถึงimpact ลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค
ถ้าprice ราคาน้ำมันพุ่งต่อ ค่าครองชีพก็จะเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน
ตัวเลข 2% นี่น่ากลัวมาก ถ้าเกิดขึ้นจริงจะทำให้market ตลาดหุ้นทั่วโลกสั่นสะเทือน
ฟังดูเหมือนว่าทุกคนจะต้องเจอกับrisk ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานหรือคนทำธุรกิจ
จีนได้รับการปรับเพิ่ม แต่เอเชียโดยรวมกลับถดถอย แสดงว่าplan แผนเศรษฐกิจของแต่ละประเทศไม่สอดคล้องกัน
สงครามไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่ส่งimpact ผลต่อทุกคนในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
แล้วเราคนเล็กๆ จะทำอะไรได้บ้างเวลาpressure แรงกดดันเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ