น้ำมันดิบพุ่ง 3.46 ดอลลาร์ จากไฟใต้ผิวความสงบ อิหร่าน-สหรัฐฯ ตึงเครียด ช่องแคบฮอร์มุซเสี่ยงปิด
ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน หลังความตึงเครียดระหว่าง United States และ Iran กลับมาปะทุอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่ใจว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวจะยังคงอยู่ต่อไปได้หรือไม่ ส่งผลให้ price น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือ WTI ปรับตัวสูงขึ้นถึง 3.46 ดอลลาร์ ปิดที่ 97.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ปิดที่ 95.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ช่วงต้นตลาด ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 5% จากความกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลามไปยัง ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกที่รองรับการขนส่งน้ำมันดิบราวหนึ่งในห้าของโลก หากช่องแคบนี้ต้องปิดชั่วคราว ผลกระทบต่อ อุปทานน้ำมัน และ ตลาดพลังงาน ทั้งโลกก็จะรุนแรงทันที ความกลัวนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนแห่ซื้อสัญญาน้ำมันล่วงหน้าอย่างหนัก
แต่ท้ายที่สุด การปรับตัวของราคาเริ่มชะลอลง หลังมีรายงานว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรี Israel ได้สั่งการให้เจรจาสันติภาพกับ Lebanon รวมถึงการพูดคุยเพื่อ ปลดอาวุธ กลุ่ม ฮิซบอลเลาะห์ ข่าวดังกล่าวช่วยผ่อนคลาย ความตึงเครียดในภูมิภาค ลงได้บ้าง ทำให้แรงซื้อเก็งกำไรบางส่วนเริ่มถอยตัว และราคาจึงปิดในกรอบบวกที่ไม่สูงมากนัก
ที่น่าสนใจคือ ความผันผวนของน้ำมันครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบลบต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างที่อาจคาดได้ ตรงกันข้าม ดัชนีหลักทั้งสามกลับปิดในแดนบวก สะท้อนว่าตลาดมองว่า ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวนแต่ไม่ลุกลามอาจกระตุ้น ความอยากเสี่ยง ได้ในระยะสั้น ขณะที่ การอ่อนค่าของดอลลาร์ ก็ช่วยหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย
ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่า ราคาน้ำมันในยุคปัจจุบันไม่ได้ขยับตามปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะเทือนตาม ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจเกิดขึ้นได้เพียงแค่คำใบ้หรือข่าวลือ ทุกการเคลื่อนไหวของผู้นำประเทศ หรือการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การทูต ล้วนสามารถกลายเป็นแรงกระเพื่อมที่ทำให้ ความเชื่อมั่นของตลาด เปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน
Gasoline price ราคาน้ำมันเบนซิน บ้านเรานี่คงขึ้นอีกแน่ๆ ถึงแม้ ราคาน้ำมันโลก จะยังไม่ถึง 100 ดอลลาร์ แต่ กลไกราคาน้ำมันในประเทศ มันตามช้าแค่ไหนก็ไม่รู้
ที่น่าตกใจคือแค่มี rumor ข่าวลือ ว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจมีปัญหา ราคาก็พุ่ง 5% แล้ว นี่ถ้าเกิดจริงคงทะลุ 120 ดอลลาร์ในไม่กี่วัน เศรษฐกิจโลก จะรับไหวไหม
ตลาดหุ้นขึ้นทั้งที่น้ำมันผันผวน? ฟังดูแปลก แต่จริงๆ แล้ว พฤติกรรมของนักลงทุน ช่วงนี้คือมองหาจังหวะเก็งกำไรจากความปั่นป่วนนี่แหละ ยิ่งมี ความผันผวน ยิ่งมีโอกาส
ผมเห็น gold price ราคาทอง ขึ้นตามน้ำมัน ก็เลยรีบซื้อไว้ก่อน ถ้าดอลลาร์ยังอ่อนต่อ ทองน่าจะยังไปได้อีกไกล อย่างน้อยก็เป็น สินทรัพย์ปลอดภัย ช่วงวุ่นวายแบบนี้
เฮ้อ… น้ำมันขึ้นอีกแล้ว ค่าขนส่งคงต้องขยับ แล้วใครจะรับไหว? ต้นทุนการขนส่ง พุ่งทีไร ราคาสินค้าก็ตามขึ้นทุกที แบบนี้ แรงกดดันเงินเฟ้อ ไม่ลดสักที
WTI กับเบรนท์ต่างกันยังไง? WTI ดูตลาดอเมริกา ส่วนเบรนท์สะท้อน ตลาดน้ำมันโลก โดยตรงกว่า แต่ตอนนี้ทั้งคู่ก็ผูกติดกับ เหตุการณ์ทางการเมือง หมดแล้ว
ขอให้ การเจรจาสันติภาพ ครั้งนี้จริงจังนะ อย่าให้กลายเป็นแค่ฉาก ความสงบในตะวันออกกลางมีผลต่อทุกคนบนโลก ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตน้ำมัน
ผมเพิ่งเริ่ม ซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า แล้วเจอวันแบบนี้ ใจหายกับความผันผวนจริงๆ แค่ข่าวปลิวๆ ก็ทำให้พอร์ต แกว่ง แรงขนาดนี้