สัมภาษณ์งานเจอบททดสอบโหด: 'พูดว่า คิมจองอึนคือหมูอ้วน' ชายลึกลับถึงกับตัดสัญญาณหนีทันที

บริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในยุโรปกำลัง facing กับ สัมภาษณ์งานที่ผิดปกติ เมื่อผู้สมัครงานคนหนึ่งที่ดูจะ skilled ด้านเทคนิคกลับ ชะงักงันทันทีที่ถูกขอให้พูดประโยคหนึ่ง: คิมจองอึนคือหมูที่อัปลักษณ์และอ้วน ไม่กี่วินาทีต่อมา เขา cut off video call แล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย คลิปนี้กลายเป็นไวรัลทันที — ไม่ใช่เพราะตลก แต่เพราะมันอาจเป็น proof ว่า North Korea กำลังส่ง กองทัพไอทีเงาแทรกซึมเข้าสู่ บริษัทตะวันตกเพื่อขโมยเงินและเทคโนโลยี

ตามรายงาน บุคลากรเหล่านี้ไม่ใช่แค่ นักอิสระทั่วไป แต่เป็น ตัวแทนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลที่ถูกส่งออกมาโดยมี ภารกิจชัดเจน: หา เงินตราต่างประเทศเพื่อส่งกลับไป ประคองระบอบของตน พวกเขาใช้ เอกสารปลอมบัญชี LinkedIn ที่ขโมยมาและแม้แต่ ใบหน้าที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อ สร้างตัวตนปลอมให้ดูน่าเชื่อถือ บางรายอ้างว่าอยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ แต่กลับไม่รู้ว่า New York University อยู่ที่ไหน หรือแม้แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้จัก ผู้นำสูงสุดของตัวเอง

วิธีการ คัดกรองแบบที่ปรากฏในคลิปนั้น จึงกลายเป็น วิธีที่ดิบแต่มีประสิทธิภาพอย่างไม่น่าเชื่อ ภายใต้กฎหมายของเกาหลีเหนือ การ ดูหมิ่นผู้นำถือเป็น ความผิดร้ายแรงที่อาจถึง โทษประหารชีวิต ดังนั้น คนที่ถูกส่งมาจากเปียงยางย่อม ไม่สามารถพูดคำเหล่านั้นได้ แม้ในสถานการณ์ที่ปลอดภัยที่สุดก็ตาม ความ fear นี้ กลายเป็นจุดอ่อนที่บริษัทต่างๆ เริ่มใช้เป็น บททดสอบความจงรักภักดีโดยไม่ต้องพึ่ง ตรวจสอบประวัติที่ซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า วิธีนี้อาจ ใช้ได้ไม่นาน เพราะเมื่อเกาหลีเหนือรู้ตัว เจ้าหน้าที่ของพวกเขาอาจถูก ฝึกให้โกหกหรือ ด้านชาต่อคำสั่งเหล่านี้ได้เช่นกัน ขณะเดียวกัน การใช้ กับดักทางอารมณ์เพื่อทดสอบพนักงาน ก็อาจตั้งคำถามถึง จริยธรรมและ ศักดิ์ศรีในการทำงาน คำถามคือ: เราจะยอมเสี่ยง สิทธิมนุษยชนหรือ การจ้างงานอย่างเป็นธรรมเพื่อ ความมั่นคงทางไซเบอร์หรือไม่

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2020 ถึง 2024 มี บริษัทกว่า 300 แห่งที่ถูกแทรกซึม โดยเหล่า hackers เหล่านี้สามารถ สร้างรายได้หลายล้านดอลลาร์จากงานพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งเงินส่วนใหญ่ถูก ส่งกลับไปยังเปียงยางเพื่อสนับสนุน โครงการอาวุธและ งบประมาณกองทัพ ดังนั้น คลิปสัมภาษณ์ที่ดูเหมือนเรื่องตลก อาจเป็นเพียง ส่วนปลายของภูเขาน้ำแข็งที่กำลังลอยเข้ามาใกล้โลกธุรกิจ

ความคิดเห็น 8

  • นักสังเกตการณ์

    This is wild แค่ พูดประโยคเดียวแล้วรู้เลยว่าเป็นสายลับ? ระบอบเกาหลีเหนือต้องควบคุมจิตใจคนได้ขนาดไหน ถึงทำให้เขา แกล้งพูดไม่ได้ในที่ปลอดภัยแบบนี้

  • พี่โปรเจกต์

    บริษัทผมก็เจอเคสคล้ายๆ กันนะ ผู้สมัครคนหนึ่ง ประวัติดูสมบูรณ์แบบ แต่พอถามเรื่อง ช่วงเวลาที่ทำงาน กลับตอบไม่ตรงกับโซนที่อ้างว่าอยู่ แถม เสียงด้านหลังมีคล้ายเสียง โฆษณาชวนเชื่อ ได้ยินไม่ชัด แต่รู้สึกแปลกๆ

  • แม่บ้านไซเบอร์

    แบบนี้มันขัดกับจริยธรรมไหม? การ บังคับให้ดูหมิ่นใครสักคนเพื่อพิสูจน์ตัวตน ฟังดูโหดร้ายไปหน่อยนะ แล้วถ้าเขาเป็นแค่คนที่ไม่กล้าพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับใครเลยล่ะ? สรุปผิดก็มีโอกาสสูง

  • ไอทีลี้ภัย

    เคยได้ยินมาว่า แรงงานไอทีจากเกาหลีเหนือถูกส่งไปทำงานไกลถึง Southeast Asia โดยอยู่ใน สถานที่ปลอดภัยที่รัฐควบคุมทุกอย่าง ไม่ให้ติดต่อกับใคร เงินก็ไม่ได้แม้แต่บาทเดียว

  • นักปั่นคลิป

    คลิปนี้น่าจะ ถูกจัดฉากนะ ดูจาก จังหวะการตอบสนองแล้วไม่เป็นธรรมชาติ แล้วบริษัทจริงๆ จะกล้า บันทึกการสัมภาษณ์แบบนี้มาปล่อยเหรอ?

  • ห่วงความมั่นคง

    ถึงจะดูดราม่า แต่ ภัยคุกคามทางไซเบอร์จาก รัฐที่ไร้ระเบียบแบบนี้มันจริงนะ แล้วพวกนี้ไม่ใช่แค่ขโมยข้อมูล แต่ ระดมทุนให้โครงการอาวุธเลยนะ มัน ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน

  • มนุษย์เงินเดือน

    แล้วถ้าวันหนึ่งเราโดน ให้ด่าผู้นำประเทศตัวเองเพื่อผ่านงาน จะทำยังไง? บททดสอบความจงรักแบบนี้มัน เริ่มจากที่ดีแต่จบไม่ดีแน่ๆ

  • นักคิดต่างมุม

    จริงๆ แล้ว fear มันก็เป็น เครื่องมือควบคุมที่ทรงพลังอยู่แล้ว แต่การที่บริษัทใช้มันเป็น กลไกคัดกรอง แปลว่า ระบอบนั้นแพ้ในจิตใจคนไปแล้ว เพราะต้องพึ่งความกลัวแทนความศรัทธา