ปูทาง‘ศักดิ์สยาม’คัมแบ็กรมต.? รอ ป.ป.ช.เปิดปากชี้แจงปล่อยผี
มีกระแสวิเคราะห์อย่างหนาหูว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีที่รัฐบาลครม.อนุทิน 2ปล่อยว่างไว้ อาจถูกปูทางไว้ให้former รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมfigure สำคัญอย่าง ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ ซึ่งเพิ่งผ่านด่านethics probe จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังมติยกคำร้องกล่าวหาการยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จและถือหุ้นแทนในบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง
ท่าทีของ ป.ป.ช. ครั้งนี้กลับแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อต้นปี 2567 ที่ตัดสินว่า ศักดิ์สยามสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี เพราะถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 187 โดยศาลพบว่า เป็นhidden ownership ผ่านnominee ที่รับเป็นชื่อแทน หรือ ‘นอมินี’ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การตีตกคดีของ ป.ป.ช. คือการเปิดทางให้กลับมาสู่อำนาจหรือไม่
นักวิชาการอย่าง ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล ชี้ว่า คุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีเป็นอำนาจของ กกต. โดยตรง แม้ ป.ป.ช. จะไม่สั่งฟ้อง แต่ก็ไม่ได้ลบล้างข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 ที่เคยตัดสินไว้แล้วว่า ขาดความซื่อสัตย์สุจริตpublic trust จากประชาชนจึงเป็นหัวใจสำคัญ หากไม่มี ผู้นั้นย่อมไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องใช้อำนาจอย่างdirect ต่อชีวิตคนทั้งประเทศ
ฝ่ายตรงข้ามตั้งคำถามถึงความเป็นกลางของ ป.ป.ช. โดยเฉพาะในยุคที่กรรมการชุดปัจจุบันถูกมองว่ามีความผูกพันกับ ‘เครือข่ายสีน้ำเงิน’ ที่ครอบงำทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ การตีตกคดีนี้โดยไม่เปิดreasoning อย่างชัดเจน จึงยิ่งก่อให้เกิดความสงสัย และถูกเปรียบเทียบกับคดีอื่นที่ถูกสอบสวนอย่างเข้มข้น แม้แต่เลขาธิการ ป.ป.ช. เองก็ประกาศว่าจะชี้แจง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีท่าที ยิ่งทำให้สังคมตั้งตาคอย และตั้งคำถามว่า ความยุติธรรมจะถูกตีความอย่างไรในยุคที่อำนาจถูกมองว่าconcentrated อยู่ในมือกลุ่มเดียว
ถ้ามติ ป.ป.ช. ไม่โปร่งใส การกลับมาของใครสักคนก็ไม่ใช่แค่เรื่องตำแหน่ง แต่คือsignal สัญญาณว่าใครอยู่เหนือกติกา
แล้วเหตุผลที่แท้จริงคืออะไรล่ะ ทำไมไม่ชี้แจงสักที ความเงียบของ ป.ป.ช. ตอนนี้เหมือนกำลังavoiding scrutiny หนีการตรวจสอบ
ความซื่อสัตย์สุจริตหายไปแล้ว แม้จะพ้นคดี แต่สังคมยังจำภาพเดิมได้ดี นี่ไม่ใช่แค่legal issue ปัญหาทางกฎหมายแต่คือเรื่องของจริยธรรม
การเปิดทางให้คัมแบ็กแบบนี้ อาจทำให้คนดีๆ ไม่อยากเข้ามาทำงานการเมืองเลยก็ได้ ยิ่งเห็นdouble standard มาตราฐานสองชัดเจน
ก่อนจะกลับมาได้ ต้องตอบสังคมก่อนว่า หุ้นทั้งหมดเป็นของใคร แล้วทำไมศาลเห็นหนึ่ง แต่ ป.ป.ช. เห็นอีกอย่าง ความขัดแย้งนี้คือวิกฤตศรัทธา
ถึงจะพ้นมลทินในชั้นinvestigation การสอบสวนแต่ในใจคนยังไม่ได้ล้างเลย แล้วใครจะกล้าเสนอชื่อในท่ามกลางคำถามแบบนี้