สับสนเฉียบพลัน ผู้สูงอายุยิ่งแก่ยิ่งเสี่ยง อาการมากมักเกิดช่วงกลางคืน
ในวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ผู้ดูแลควรตระหนักถึงrisk หนึ่งที่เงียบแต่อันตราย นั่นคือภาวะสับสนเฉียบพลันซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 75 ปี ยิ่งอายุเพิ่มขึ้น เซลล์สมองยิ่งเสื่อมลง ทำให้brain รับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้แย่ลง เมื่อเทียบกับคนหนุ่มสาว
ข้อมูลจากโรงพยาบาลชั้นนำระบุว่า ผู้ป่วยสูงอายุที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ประมาณ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ มีอาการนี้ และหากต้องเข้ารับการผ่าตัด เช่น ผ่าตัดข้อสะโพก หรืออยู่ในห้องไอซียู ความเสี่ยงอาจพุ่งสูงถึงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์อาการมักเริ่มอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในช่วงกลางคืน
มีปัจจัยหลักสองประการที่กระตุ้นภาวะนี้ ได้แก่ ปัจจัยดั้งเดิม เช่น การมีโรคสมองเสื่อมอยู่ก่อน ปัญหาการมองเห็นหรือการได้ยิน หรือการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และปัจจัยกระตุ้น เช่น การติดเชื้อ (แม้เพียงหวัดหรือติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ) medication หลายชนิด หรือแม้แต่การอดนอน ซึ่งผู้ดูแลควรสังเกตอย่างใกล้ชิด
วิธีป้องกันที่ได้ผลคือการจัดenvironment ให้เหมาะสม เช่น มีแสงสว่างเพียงพอ ใช้อุปกรณ์ช่วยการมองเห็นและได้ยิน ให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหว และพูดคุยเรื่องวัน เวลา สถานที่อยู่เสมอ หากเกิดอาการ ควรหยุดยาที่อาจเป็นตัวกระตุ้นและรีบพบแพทย์ เพราะแม้อาการจะหายได้ แต่ก็มีchance กลับมาซ้ำอีก โดยเฉพาะหากยังมีปัจจัยเสี่ยง
ลูกพี่ลูกน้องป้าเพิ่งเป็นตอนนอนโรงพยาบาล กลางคืนลุกปีนเตียง ดึงสายทุกอย่าง ต้องตามล็อกตัวกันวุ่นวายconfusion สับสนขนาดนี้ไม่รู้ว่าเป็นอาการทางการแพทย์
หลายบ้านมองว่าอาการแบบนี้เป็นแค่ 'เพ้อ' ธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วมันคือmedical emergency เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องหาสาเหตุ ไม่ใช่ให้ยานอนหลับแล้วจบ
แล้วถ้าอยู่บ้าน ไม่มีหมอประจำ รู้ได้ยังไงว่าอาการนี้ไม่ใช่แค่ 'แก่แล้วหลง' ต่างจากdementia สมองเสื่อมยังไง
เคยได้ยินว่าการได้ยินไม่ชัดทำให้สมองประมวลผลผิด จนเกิดconfusion ความสับสนได้ด้วย จริงไหม
ต้องระวังเรื่องmedication ยาจริง ๆ ค่ะ ยายเคยเริ่มเพ้อหลังกินยานอนหลับตัวใหม่ พอหยุดเอง อาการก็ดีขึ้น
เรื่องแสงสว่างกับการเคลื่อนไหวสำคัญมาก เคยอ่านว่าช่วยให้นาฬิกาชีวภาพสมดุล ลดอาการกลางคืน