แม่ป่วยมะเร็งปอด ทั้งที่ไม่สูบบุหรี่ หมอบอกอยู่ได้ 1 ปี อึ้งผ่านมา 6 ปี ไม่พบมะเร็งอีกแล้ว
แม่ลูกสามจากสหรัฐฯ รายหนึ่งเคยถูกบอกว่ามีเวลาอยู่ได้อีกเพียงone year หลังถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 4 ทั้งที่ไม่เคยสูบบุหรี่ แต่แล้ว 6 ปีต่อมา ผลตรวจกลับระบุว่าno cancer เรื่องราวของลีอาห์ ฟิลลิปส์ กลายเป็นกรณีที่แพทย์ต่างเรียกว่าหายากยิ่ง ซึ่งทำให้เกิดคำถามใหม่เกี่ยวกับtreatment และความหวังสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย
อาการแรกเริ่มของเธอคือpersistent cough ตั้งแต่ปี 2019 แต่กลับถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็นเพียงหวัดหรือภูมิแพ้ จนเมื่อมีไอเป็นเลือดน้ำหนักลดลง และพบปอดอักเสบรุนแรง จึงถูกส่งตัวตรวจเพิ่มเติม ผลสแกน CT พบรอยโรคที่กระดูก บ่งชี้ว่ามะเร็งได้ลุกลามแล้ว และยืนยันว่าเป็นมะเร็งปอดชนิด Non-small cell ที่มีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR — กลไกที่ทำให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตได้แม้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างการสูบบุหรี่
ทางการแพทย์จึงเริ่มใช้targeted therapy ร่วมกับการฉายรังสีเฉพาะจุด และการผ่าตัดเอากลีบปอดที่มีเนื้องอกออก การรักษาต่อเนื่องหลายปีนี้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง คือการไม่พบสัญญาณของมะเร็งในร่างกาย การฟื้นตัวในผู้ป่วยระยะที่ 4 แบบนี้ถือว่าพบได้น้อยมาก และทำให้เกิดhope ใหม่ในวงการมะเร็ง
แม้ผลลัพธ์จะดูเหมือนปาฏิหาริย์ แต่ลีอาห์ยังต้องติดตามอาการทุก 3 เดือน และcontinue medication เพื่อป้องกันการกลับมาของโรค เธอออกมาเตือนว่ามะเร็งปอดไม่ใช่เรื่องของคนสูบบุหรี่เท่านั้น หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอเรื้อรังหรือแน่นหน้าอก ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต
เคยคิดว่ามะเร็งปอดต้องมาจากการสูบบุหรี่ ฟังเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าrisk ความเสี่ยงมันอาจเงียบมาก
ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) เริ่มเปลี่ยนแปลงเกมในมะเร็งระยะลุกลาม แต่ก็ต้องตรวจยีนก่อน ไม่ใช่ทุกคนที่ตอบสนอง
ไอเรื้อรังแค่ไหนถึงควรไปหาหมอ? แบบนี้ควรจะมีpublic awareness การรับรู้สาธารณะมากกว่านี้
ปาฏิหาริย์ก็จริง แต่เธอรักษาต่อเนื่องมา 6 ปีนะ ไม่ใช่หายเองเฉย ๆtreatment plan แผนการรักษาสำคัญมาก
รู้สึกอึ้งแทนที่หมอบอกอยู่ได้ปีเดียว แต่เธออยู่มาได้ 6 ปีแล้วไม่พบcancer cells เซลล์มะเร็งเลย
แล้วคนที่ไม่มีเงินรักษาต่อเนื่องแบบนี้ล่ะ จะมีequal access โอกาสเข้าถึงเท่ากันไหม?