กธ.ไร้อำนาจต้องแบก 58 ชีวิต จับตาขัง ‘งูเขียว’ ได้นานแค่ไหน

พรรคกล้าธรรม ซึ่งเคยหวังจะก้าวขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล กลับต้องเผชิญชะตากรรมที่ไม่คาดคิด หลังถูกตัดออกจากรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้ต้องกลายเป็นopposition โดยบังคับ ทั้งที่ในมือมี ส.ส. ถึง 58 คน ซึ่งนับว่าไม่น้อย แต่ขาดpower และทรัพยากรในการขับเคลื่อนนโยบาย

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้นำพรรค ทุ่มทุนสร้างพรรคมาอย่างหนักเพื่อให้ได้ตำแหน่งในรัฐบาล โดยเฉพาะการควบคุมministry ที่เป็นฐานสำคัญในการสร้างsupport จากกลุ่มเกษตรกร แต่เมื่อถูกผลักออก ความหวังในการต่อยอดกลับหายไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่pressure ภายในเริ่มเพิ่มขึ้น

ประเด็นสำคัญคือ การรักษา ส.ส. 58 คนให้อยู่ร่วมกันจนครบสมัย ซึ่งเป็นเรื่องยาก เพราะในจำนวนนี้มีทั้งผู้ที่จงรักภักดีและผู้ที่มาแบบpartnership เพื่อหวังผลประโยชน์ หากไม่มีplan ชัดเจนในการให้รางวัลหรือสร้างแรงจูงใจ ความเสี่ยงที่จะเกิดการย้ายพรรค หรือที่เรียกกันว่าturncoat ก็สูงขึ้นทุกที

ประวัติศาสตร์เคยสอนแล้วว่า เงินเดือน ส.ส. ที่เพิ่มเป็น 5 ขีดต่อเดือนในยุคพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่สามารถretain ส.ส. ไว้ได้เมื่อฝ่ายรัฐบาลเสนอทั้งอำนาจและงบประมาณ การอยู่ในฝ่ายค้านจึงหมายถึงrisk สูง และtrust ที่ลดลง คำถามคือ สายป่านของร.อ.ธรรมนัสนั้นจะยาวพอหรือไม่

ปฏิกิริยา 6

  • นักวิเคราะห์ใต้ดิน

    58 คนดูเยอะ แต่ถ้าไม่มีbudget หรือตำแหน่ง ก็เหมือนมีปืนแต่ไม่มีลูกดอก

  • เพื่อนบ้านข้างสภา

    รัฐบาลเก่าคงดีใจที่ไม่ต้องแบ่งministry ให้ แต่ประชาชนเสียโอกาสได้เห็นนโยบายใหม่ๆ

  • คนเหนือที่ติดตาม

    เกษตรกรที่เคยสนับสนุนคงรู้สึกผิดหวัง ที่support ที่ให้ไป ไม่ได้แปลเป็นผลจริง

  • นักสังเกตการณ์

    พรรคฝ่ายค้านอื่นเข้มแข็งกว่า แล้วพรรคกล้าธรรมจะมีrole อะไรนอกจากเป็นตัวเลข?

  • คนกลางที่หวังดี

    ถ้าไม่ปรับstrategy ใหม่ ไม่ช้าก็เร็ว จะมีคนเริ่ม 'เลื้อย' ไปเองโดยธรรมชาติ

  • คนเมืองที่เหนื่อยแล้ว

    ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ขอแค่price อาหารไม่พุ่งก็พอ นักการเมืองเถียงกันไปเถอะ

บทความอิงข้อเท็จจริงและถูกเรียบเรียงใหม่เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษ ความคิดเห็นของผู้อ่านเป็นตัวอย่างของมุมมองที่หลากหลาย

[email protected]