เกษตรกรสหรัฐฯ อ่วมซ้ำ ต้นทุนพุ่ง-สภาพคล่องตึง ปรับแผนลดปลูกข้าวโพด เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อาหารโลก
เกษตรกรในสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับpressure ซ้ำซ้อน ทั้งจากcost การผลิตที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะปุ๋ยและเชื้อเพลิง รวมถึงปัจจัยภายนอกอย่างสภาพอากาศ โรคพืช และศัตรูพืช ที่ส่งผลต่อการเพาะปลูกในช่วงฤดูกาลนี้ รายงานจากสหพันธ์เกษตรกรอเมริกัน (Farm Bureau) ชี้ว่าnearly 60% ของเกษตรกรมีฐานะทางการเงินที่แย่ลง ขณะที่สภาพคล่องเริ่มตึงตัว ทำให้ไม่สามารถวางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้าได้อย่างเคย
ราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นquickly ก่อนฤดูเพาะปลูก เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อห่วงโซ่supply ทำให้ต้นทุนต่อเอเคอร์เพิ่มขึ้นจาก 139 ดอลลาร์ เป็นถึง 217 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,400–6,900 บาท) ลอเรนดา โอเวอร์แมน เจ้าของฟาร์มในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ระบุว่าฟาร์มของเธอไม่ได้สั่งซื้อปุ๋ยล่วงหน้าเนื่องจากข้อจำกัดด้านfinance และคาดว่าราคาจะลดลง แต่กลับเกิดความผันผวนสวนทาง
ในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะภาคใต้ มีเพียง 19% ที่สั่งซื้อปุ๋ยล่วงหน้า และ 78% ไม่สามารถซื้อได้เพียงพอ สะท้อนถึงrisk ด้านการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบ เกษตรกรกว่า 80% ที่ปลูกข้าว ฝ้าย และถั่วลิสง ได้รับผลกระทบหนัก ขณะที่ถั่วเหลืองกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะใช้ปุ๋ยไนโตรเจนน้อย จึงมีadvantage ด้านต้นทุน
เกษตรกรจำนวนมากเริ่มปรับplan การผลิต เช่น ทอมมี ซอลส์บิวรี ที่ตัดสินใจลดพื้นที่ปลูกไมโลและข้าวโพด ซึ่งต้องใช้ปุ๋ยมาก แล้วหันไปเน้นถั่วเหลืองแทน เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม การลดการเพาะปลูกอาจนำไปสู่impact ต่อผลผลิตรวม และส่งต่อไปยังmarket โลก โดยเฉพาะในเรื่องของห่วงโซ่อาหาร สหพันธ์เกษตรกรอเมริกันเตรียมหารือกับทำเนียบขาวเพื่อเร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือ ทั้งด้านต้นทุนพลังงานและการเสริมสภาพคล่อง
เกษตรกรไทยก็เจอแรงกดดันแบบนี้เหมือนกัน ต้นทุนพุ่งแต่ราคาผลผลิตไม่ขยับ แล้วจะให้รอดยังไงcost ต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ ไม่ใช่แค่สหรัฐนะที่เสี่ยง
แล้วเมื่อไหร่รัฐจะช่วยจริงจังสักที ฟังดูเหมือนปัญหาจะเรื้อรังมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังวนอยู่ที่การประชุมกับทำเนียบขาว แล้วplan แผนช่วยเหลือจริงๆ มีเมื่อไหร่
ข้าวโพดใช้ปุ๋ยเยอะจริง ถ้าต้นทุนพุ่งขนาดนี้ การหันไปปลูกถั่วเหลืองก็เป็นadvantage ความได้เปรียบที่เข้าใจได้ แต่ตลาดโลกจะรับไหวไหมถ้าผลผลิตลดลง
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเกษตร แต่กระทบmarket ตลาดทั้งโลกนะ ถ้าสหรัฐผลิตได้น้อย ราคาอาหารทั่วโลกอาจพุ่งอีก
ฟังดูแล้วเหมือนเกษตรกรกำลังเป็นเหยื่อของสงครามที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ต้นทุนพุ่งเพราะความขัดแย้งไกลๆ แล้วต้องมาแบกรับpressure แรงกดดันทั้งหมด
แล้วเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีเงินเก็บจะทำยังไง ถ้าไม่มีสภาพคล่อง ไม่สามารถสั่งปุ๋ยล่วงหน้าได้ ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงทั้งหมด เรื่องนี้ควรเร่งช่วยด่วนrisk ความเสี่ยงมันสูงเกินไปแล้ว