ตลาดหุ้นสหรัฐร่วง ความคืบหน้าเจรจาหยุดยิงอิหร่านยังไม่ชัดเจน
ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงในการซื้อขายวันอังคาร หลังความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาtension รุนแรงขึ้น ท่ามกลางความไม่คืบหน้าในการเจรจาหยุดยิงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีสัญญาณบวกจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง แต่แรงซื้อเหล่านั้นกลับถูกดับลงด้วยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น
บรรยากาศการลงทุนเริ่มเปลี่ยนทิศหลังรายงานข่าวว่ารองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกเลิกแผนเดินทางไปยังปากีสถานเพื่อหารือเรื่องสันติภาพ ซึ่งส่งสัญญาณถึงsetback ในการผลักดันการพูดคุย ฝ่ายอิหร่านย้ำว่าจะไม่เข้าร่วมการพูดคุยใด ๆ ที่มีลักษณะบีบบังคับให้ยอมจำนน ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการกดดัน ทำให้โอกาสในการบรรลุข้อตกลงดูจางลงเรื่อย ๆ
ดัชนีหลักทั้งสามปรับตัวลดลง โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วง 293 จุด หรือ 0.59% ปิดที่ 49,149 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 และแนสดักส์ ลดลง 0.63% และ 0.59% ตามลำดับ ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นราว 3% จากfears เกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน น้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 98.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งใกล้แตะระดับ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง
ในทางกลับกัน ราคาทองคำปรับตัวลดลง 2.2% แตะระดับต่ำสุดในรอบสัปดาห์ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับสูง นักลงทุนเริ่มหันไปหาsafe asset ที่ให้ผลตอบแทน แทนที่จะเป็นทองคำที่ไม่มีผลตอบแทน ขณะที่การพิจารณายืนยันตัวประธานเฟดคนใหม่ยังคงติดขัดจากแรงกดดันทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางmonetary policy ในอนาคต
ตลาดผันผวนตามข่าวแบบนี้ทุกวันเลย นี่ไม่ใช่แค่เรื่องกำไรบริษัทแล้ว แต่เป็นglobal risk ความเสี่ยงระดับโลกที่กระทบจริง
เคยคิดว่าทองคือที่พักเงิน แต่นี่ดูเหมือนจะไม่ใช่safe haven ที่หลบภัยเสมอไปอีกแล้ว
ราคาน้ำมันขึ้นเพราะความกลัว ไม่ใช่เพราะอุปทานจริง ๆ เปลี่ยน ตลาดตอบสนองต่อsentiment อารมณ์มากกว่าข้อมูล
ถ้าสงครามขยายตัว ค่าน้ำมันขึ้นแน่ ค่าครองชีพก็ตามสูง แบบนี้ต้องเริ่มcut cost ลดรายจ่ายตั้งแต่วันนี้
ฝั่งอิหร่านพูดชัดเจนว่าไม่เอาการพูดคุยที่บีบบังคับ แล้วเราควรคาดหวังอะไรจากnegotiation การเจรจาที่ไม่เท่าเทียมล่ะ
ดูเหมือนทุกอย่างจะขึ้นกับการเมืองมากกว่าเศรษฐกิจจริง ๆ แล้ว นโยบายการเงินก็ติดขัด แบบนี้uncertainty ความไม่แน่นอนจะยังสูงต่อ
ใครถือหุ้นพลังงานได้กำไรช่วงนี้แน่ แต่ก็ต้องระวัง เพราะข่าวดีข่าวร้ายเปลี่ยนเร็วมากจากภูมิรัฐศาสตร์
ฟังดูซับซ้อน แต่สุดท้ายเราก็ต้องจ่ายค่าน้ำมัน ค่าไฟ ค่าของแพงขึ้น แล้วใครจะมาดูแลpublic ประชาชนล่ะ