ครม. เห็นชอบมาตรการสกัดสินบนจนท. มอบ ป.ป.ท. แม่งานหลัก สรุปผลใน 30 วัน ก่อนชง ครม.
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบmeasures ป้องกันการรับสินบนในภาครัฐอย่างเป็นทางการ หลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอแนวทางครบ 8 ด้าน โดยเน้นการป้องกันทั้งในเชิงระบบและจิตสำนึก เพื่อตัดวงจรทุจริตที่คุกคามความtrust ของประชาชนและนักลงทุน
หน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อนคือ ป.ป.ท. หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ซึ่งจะต้องประสานงานกับหลายหน่วยงาน ตั้งแต่กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัล สำนักงบประมาณ ไปจนถึงตำรวจและหน่วยงานตรวจสอบการฟอกเงิน การทำงานร่วมกันนี้ถือเป็นeffort ครั้งสำคัญในการสร้างระบบตรวจสอบข้ามหน่วยงาน
หนึ่งในมาตรการที่น่าสนใจคือการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดการสัมผัสระหว่างผู้ขออนุญาตและเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงของการให้สินบน โดยจะพัฒนาให้กระบวนการทำงานเป็นดิจิทัลมากขึ้น เพื่อเพิ่มtransparency และลดโอกาสในการทุจริต พร้อมกันนี้ยังเน้นการเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของpublic
ป.ป.ท. จะต้องสรุปผลการดำเนินงานทั้งหมดภายใน 30 วัน เพื่อนำเสนอต่อ ครม. อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นกรอบเวลาที่ค่อนข้างเร่งด่วนสำหรับหน่วยงานรัฐ ท่ามกลางความหวังว่ามาตรการเหล่านี้จะไม่กลายเป็นเพียงกระดาษที่ถูกผลักดันแล้วจางหาย แต่จะก่อให้เกิดimpact จริงในชีวิตประจำวันของผู้บริการและผู้ให้บริการรัฐ
ดูดีนะ แต่กลัวว่าจะจบแค่การประชุมแล้วเงียบไปเหมือนทุกทีpublic ประชาชนต้องตามต่อเองอีกแล้ว
เรื่องสินบนมันอยู่มานานแล้ว ถ้าไม่มีaccountability ความรับผิดชอบที่จริงจังก็แค่ทำให้ดูดี
การใช้เทคโนโลยีลดการเจอหน้าเจ้าหน้าที่นี่น่าจะได้ผล ลดโอกาสbribery การติดสินบนได้จริง
30 วันเร็วไปไหม หน่วยงานรัฐบางที่เอกสารยังส่งช้าอยู่เลย
ถ้าทำได้จริง นักลงทุนต่างชาติน่าจะเริ่มเชื่อใจมากขึ้นtrust ความเชื่อมั่นสำคัญมาก
สงสัยจังว่าทำไมต้องให้ ป.ป.ท. แม่งาน ทั้งที่ ป.ป.ช. เป็นผู้เสนอ ดูเหมือนจะshift โยนภาระ
มาตรการดูครอบคลุมดี แต่ขาดการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจโดยตรงprivate sector ภาคเอกชนควรเข้ามามีบทบาทมากกว่านี้