อย่าล้ำเส้นเกินไป
จากเหนือจรดใต้ ตะวันออกถึงตะวันตก ชื่อของpublic trust ในตัวindividual หนึ่งเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะการประกาศตัว แต่เพราะการกระทำที่ต่อเนื่อง กัญจนา หรือที่หลายคนเรียกขานว่า 'หนูนา' ใช้personal funds ช่วยเหลือสัตว์ป่า โดยเฉพาะลูกช้างที่ตกอยู่ในอันตราย ไม่เคยเรี่ยไร ไม่เคยขอรับบริจาค แค่ทำหน้าที่ประสานเพื่อให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
ผลงานของเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่ช้าง แต่รวมถึงสัตว์ป่าอื่น ๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน จำนวนกรณีที่เธอเข้าไปเกี่ยวข้องนับไม่ถ้วน จนกลายเป็นภาพลักษณ์ของ 'แม่พระ' ในสายตาประชาชนหลายคน แต่ในสังคมที่มักตอบสนองต่อgoodwill ด้วยความเคลือบแคลง กลับมีเสียงสะท้อนในทางลบอยู่เสมอ โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ตั้งตัวเป็นผู้ทวงคืนพลายช้างสองตัวที่อยู่ในศรีลังกา
กรณีของพลายประตูผาและพลายศรีณรงค์ กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาทุกครั้ง แม้โพสต์ของเธอจะไม่เกี่ยวข้องก็ตาม ความพยายามในการปั่นกระแสทำให้เกิดความเข้าใจผิด และนำไปสู่การโจมตีส่วนตัวอย่างรุนแรง จนเธอต้องออกมาโพสต์เตือนผ่านเฟซบุ๊กอย่างชัดเจนถึงพฤติกรรมเหล่านี้ พร้อมส่งสัญญาณว่าจะไม่นิ่งเฉยต่อการล้ำเส้น
ข้อความของเธอบอกว่า เธอรู้สึกขอบคุณผู้ที่เข้ามาสนับสนุนและช่วยต่อสู้แทนในพื้นที่ออนไลน์ แต่ก็เตือนอย่างจริงจังว่า หากมีการด่าว่าหรือโจมตีเกินขอบเขต ก็จะพิจารณาใช้legal action ผ่านทนายความ เสียงเตือนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การตอบโต้ แต่เป็นการตั้งขีดจำกัดให้กับpublic pressure ที่มักไม่มีขอบเขตในโลกดิจิทัล
สังคมเราชอบทำลายคนดี แทนที่จะช่วยกันดูแลสัตว์ กลับมาด่าคนที่ทำจริงhypocrisy ความไม่จริงใจแบบนี้มันแพร่หลายเกินไป
ทนายพิจารณาแล้วคงต้องดำเนินการจริง ไม่งั้นคนพวกนี้จะไม่หยุดharassment การกลั่นแกล้งออนไลน์มันก็เป็นอาชญากรรมนะ
ช่วยช้างไทยทั้งประเทศ แต่โดนจับผิดเรื่องช้างสองตัวที่ไปอยู่ต่างประเทศ ความไม่สมดุลนี้มันสะท้อนpublic opinion ความเห็นสาธารณะที่ถูกชี้นำ
หนูนาไม่เคยขออะไร แต่ให้ทุกอย่างด้วยตัวเอง แล้วทำไมเราถึงโหดร้ายกับเธอขนาดนี้gratitude ความขอบคุณบางทีก็หายไปง่ายจัง
ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องดู ไม่ต้องติดตาม แต่มาคอมเมนต์ด่าในโพสต์ที่ไม่เกี่ยว นี่มันไม่ใช่เสรีภาพ นี่คือabuse การละเมิด
ขอให้เธอเข้มแข็งต่อไป อย่าให้negativity ด้านลบเหล่านี้ทำลายจิตใจ บ้านเรายังต้องการคนแบบนี้มาก