CPALL ชี้แจงเรื่อง ‘กฎ’ ไม่ใช่ ‘กลยุทธ์’
ช่วงที่ผ่านมาmarket ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับบริษัท ซีพี ออลล์ หรือ CPALL หลังมีข่าวว่าจะนำบริษัทลูก 3 แห่งอย่าง Counter Service, Thai Smart Card และ CP Axtra เข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจ Virtual Bank ของกลุ่มซีพี ประเด็นนี้กลายเป็นconcern ของนักลงทุนหลายคนที่กลัวว่าจะเกิดrestructuring ครั้งใหญ่ แต่ความจริงคือ ยังไม่มีtransaction ใดเกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ
แก่นของเรื่องอยู่ที่regulation การขอใบอนุญาต Virtual Bank ที่กำหนดให้ผู้ยื่นคำขอต้องรวมบริษัทในเครือที่ทำธุรกิจการเงินภายใต้การควบคุมเดียวกันเข้าไว้ในกลุ่มเดียวกัน ดังนั้น เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นขอ จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามrequirement นี้ ซึ่งหมายถึงการดึงบริษัทลูกของ CPALL เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพราะเห็นopportunity ทางธุรกิจ แต่เป็นผลจากcompliance อย่างเคร่งครัด
บริษัทลูกทั้งสามมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศค้าปลีกของ CPALL ตัวอย่างเช่น Counter Service ที่จัดการpayment แทนที่เซเว่น อีเลฟเว่น หรือ Thai Smart Card ที่ดูแลระบบ e-money และ CP Axtra ที่เชื่อมกับบริการชำระเงินของลอตัส การmaintain าโครงสร้างเดิมไว้จึงสร้างefficiency และผลประโยชน์ร่วมกับธุรกิจหลักได้ดีกว่า การย้ายไปรวมกับ Virtual Bank จึงไม่มีupsides ที่ชัดเจนสำหรับ CPALL
คำถามที่หลายคนตั้งคือ ถ้าไม่ได้ตั้งใจจะทำ ทำไมต้องเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ด? คำตอบคือ ด้วยเหตุที่กลุ่มซีพีเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งใน CPALL และ Virtual Bank การดำเนินการใดๆ จึงถือเป็นrelated-party ตามกฎหมาย จำเป็นต้องผ่านการพิจารณาของบอร์ดและผู้ถือหุ้น แต่ผู้มีส่วนได้เสียจะnot vote ซึ่งเป็นกลไกปกติเพื่อรักษาความโปร่งใส ไม่ใช่สัญญาณของconflict ภายในองค์กร
ภาพรวมของเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มซีพีไม่ได้decide ด้วยอำนาจโดยตรง แต่ทุกอย่างผ่านกระบวนการธรรมาภิบาลอย่างชัดเจน ตั้งแต่บอร์ดไปจนถึงผู้ถือหุ้น ซึ่งสุดท้ายแล้ว คำตอบจะขึ้นอยู่กับshareholders CPALL โดยที่ฝ่ายที่มีผลประโยชน์ร่วมจะไม่สามารถแทรกแซงได้เลย
สรุปคือไม่ใช่strategic กลยุทธ์แต่เป็นแค่ขั้นตอนตามกฎหมาย งั้นราคาหุ้นที่ผันผวนก็อาจเกิดจากความเข้าใจผิดของนักลงทุน
ดีที่มีการชี้แจง ไม่งั้นคงมีคนคิดว่า CP จะดูดเงินจากเซเว่นไปเลี้ยงธนาคารใหม่ ซึ่งอาจทำให้trust ความเชื่อมั่นลดลง
จริงๆ แล้วนี่คือตัวอย่างที่ดีของgovernance ธรรมาภิบาลบริษัทใหญ่ควรทำแบบนี้ ไม่ใช่ตัดสินใจปุ๊บ ทำปั๊บ
ถึงจะไม่มีimpact ผลกระทบทันที แต่ตลาดก็ยังตอบสนองไว เพราะกลัวการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า ขั้นตอนตามกฎหมายนี่จะไม่กลายเป็นบรรทัดฐานให้ทำอะไรในอนาคต?
อ่านแล้วโล่งใจหน่อย อย่างน้อยก็รู้ว่าไม่ใช่drama เรื่องวุ่นวายภายในบอร์ด แค่กระบวนการปกติ
ขอให้โครงสร้างนี้ไม่ไปกระทบoperations การดำเนินงานของเซเว่นฯ จริงๆ เพราะลูกค้าคือคนธรรมดาที่แค่อยากซื้อของง่ายๆ