‘คลองหลอด’ ยุคน้ำเงินเข้ม กระสุนเลือกตั้ง-ฝ่าปมร้อน ‘เขากระโดง’
ภายใต้การบริหารงานของgovernment ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 ความเข้มข้นของpower ที่กระจุกตัวในมือรัฐบาลเริ่มชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมกระทรวงมหาดไทย หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ministry คลองหลอด" ที่ถูกจัดวางใหม่ภายใต้การนำของรัฐมนตรีช่วยว่าการทั้งสามคนจากพรรคเดียวกัน ซึ่งถือเป็นการรวมศูนย์อำนาจอย่างเต็มรูปแบบในยุคที่เรียกว่า "deep blue "
ผลการเลือกตั้งปี 2569 ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยกวาด ส.ส. ไปได้ถึง 192 ที่นั่ง ทำให้สามารถชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้กับอนุทิน ชาญวีรกูลได้สำเร็จ หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการใช้เครือข่ายท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการมอบหมายอำนาจในกระทรวงมหาดไทยให้กับรัฐมนตรีช่วยที่เชื่อถือได้ ทำให้เกิดbalance ใหม่ที่หลายคนจับตา โดยเฉพาะการคุมกำกับกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน สาธารณูปโภค และการปกครองท้องถิ่น
ขณะเดียวกัน ความกดดันก็เพิ่มขึ้นเมื่อการเลือกตั้งท้องถิ่นกำลังจะมาถึง โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและนายกเมืองพัทยา ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย. 2569 สนามนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญ เพราะพัทยาเป็นฐานเสียงของตระกูลคุณปลื้มที่ผนึกกำลังกับภูมิใจไทย ทว่าก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันจาก "party ส้ม" ที่เริ่มตีตื้นและชนะในบางเขต ทำให้การชิงพื้นที่นี้กลายเป็นbattle ที่ตึงเครียด
อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่สะท้อนความซับซ้อนของดุลอำนาจคือกรณีที่ดินเขากระโดง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่รถไฟ 4,414 ไร่ และเชื่อมโยงถึงตระกูลชิดชอบ แม้ดีเอสไอบอกว่าไม่รับเป็นคดีพิเศษ แต่ล่าสุด รฟท. กลับชะลอการฟ้องร้องผู้บุกรุกใหม่ โดยอ้างว่าต้องระวังคำพิพากษาที่ขัดแย้งกันซึ่งทำให้เกิดคำถามถึงอิทธิพลของpolitical influence ที่อาจแทรกซึมเข้ามาในกระบวนการยุติธรรม และกลายเป็นบททดสอบสำคัญว่ารัฐบาลจะใช้ฟันเฟืองท้องถิ่นเพื่อประคองอำนาจต่อไปได้หรือไม่
การรวมอำนาจministry กระทรวงทั้งหมดไว้ในมือพรรคเดียว ไม่ว่าจะดีหรือไม่ ก็ย่อมสร้างความเสี่ยงต่อการทุจริต
สงสัยว่าdelay การชะลอฟ้องร้องที่ดินเขากระโดงนี้ ไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นการเมืองล้วนๆ
เลือกตั้งผู้ว่ากทม.ครั้งนี้ รู้สึกว่าจะถูกควบคุมทุกขั้นตอน ใครจะมีโอกาสชนะบ้างนะ
การที่power อำนาจไปอยู่กับเครือข่ายท้องถิ่นทั้งหมด มันเหมือนให้เขามีอาวุธครบมือแล้ว
อนุทินประกาศว่าจะบริหารให้ครบเทอม แต่ถ้าcrisis วิกฤตพลังงานลามไปเรื่อย คงอยู่ยาก
สตูล ได้รัฐมนตรีช่วยคนหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยพัฒนาจริง หรือแค่แบ่งเค้ก
ปัญหาที่ดินเขากระโดง ควรเปิดข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบได้ ไม่ใช่ให้decision การตัดสินใจอยู่ในมือไม่กี่คน