ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง 7 กกต.-เลขาฯ ปมสอบฮั้ว สว. ล่าช้า ชี้อดีต สว.สำรอง ผู้ยื่นฟ้องไร้อำนาจ
วันนี้ (20 เมษายน) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษายกฟ้องในชั้นตรวจฟ้อง คดีที่accusation เรื่องการดำเนินการสอบสวนelection วุฒิสมาชิกถูกกล่าวหาว่าล่าช้าโดยเจตนา ผู้ยื่นฟ้องคือ อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล อดีตสมาชิกวุฒิสภาสำรอง ซึ่งฟ้อง อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมคณะกรรมการ กกต. อีก 6 คน และแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวมจำเลย 8 คน ในฐานะเจ้าพนักงานที่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ศาลให้เหตุผลว่า โจทก์ในคดีนี้ไม่มีauthority ตามกฎหมายในการยื่นฟ้อง เนื่องจากผู้มีอำนาจฟ้องคดีลักษณะนี้โดยตรงคืออัยการสูงสุด ไม่ใช่บุคคลทั่วไปหรือสมาชิกวุฒิสภาสำรอง อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังเดินหน้าต่อไปในอีกช่องทางหนึ่ง เพราะสำนวนได้ถูกส่งจากสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหมายความว่าเรื่องนี้ยังไม่จบเพียงแค่การยกฟ้องในศาล
อัครวัฒน์ ผู้ยื่นฟ้อง เปิดเผยว่าเขาจะยังคงติดตามเรื่องนี้ต่อไป แม้จะพ่ายในชั้นตรวจฟ้อง แต่เขากำลังพิจารณาappeal หรืออาจยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาในประเด็นอื่น ซึ่งยังไม่เปิดเผยรายละเอียด ทั้งนี้ เขาจะนำเรื่องกลับไปปรึกษาทีมงานก่อนตัดสินใจ แสดงให้เห็นถึงpressure ทางการเมืองที่ยังคงมีต่อการทำงานของ กกต. ซึ่งถูกจับตามองเรื่องความโปร่งใส
คดีนี้มีประวัติการดำเนินการมายาวนาน โดยเริ่มจากนัดฟังคำสั่งครั้งแรกเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2568 ศาลให้แก้ไขคำฟ้อง ซึ่งโจทก์ทำตาม และเมื่อ 23 ธันวาคม 2568 ศาลสั่งให้ กกต. และสถานีตำรวจยื่นคำชี้แจง 10 ประเด็น อย่างไรก็ตาม ทางสถานีตำรวจทุ่งสองห้องไม่ได้ยื่นเอกสารตามกำหนด ทำให้ศาลเปิดช่องให้โจทก์คัดค้าน แต่สุดท้ายคดีก็จบลงด้วยการยกฟ้อง ทิ้งคำถามไว้ว่าpublic trust ของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมและการตรวจสอบอำนาจจะยังมั่นคงอยู่หรือไม่
ถ้าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตั้งแต่แรก แปลว่ากระบวนการนี้อาจเป็นแค่symbolic move การเดินหมากเพื่อสร้างภาพ มากกว่าจะแก้ปัญหาจริง
ป.ป.ช. ได้สำนวนแล้ว แต่จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะสรุป นี่คือจุดที่delay ความล่าช้าเริ่มกลายเป็นกลยุทธ์
คนแบบนี้ถูกฟ้องทีไรก็ยกฟ้องทุกที แล้วการรับผิดชอบจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
การที่ตำรวจไม่ยื่นเอกสารตามเวลา นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กนะ แสดงถึงการประสานงานที่หลวม
คำตัดสินนี้ไม่ได้แปลว่า กกต. บริสุทธิ์ แต่แปลว่าช่องทางฟ้องร้องของประชาชนยังlimited จำกัดเยอะ
การยื่นต่อศาลฎีกาอาจไม่ใช่เรื่องฟ้องใหม่ แต่เป็นการขอreview ทบทวนตามกระบวนการ ซึ่งก็ยังมีหวัง
ถ้าไม่มีใครตรวจสอบได้ แล้วใครจะดูแลไม่ให้เกิดการใช้อำนาจในทางมิชอบ
ยื่นฟ้องก็ยกฟ้อง ยื่นอีกทีก็อาจยกอีก นี่ไม่ใช่legal process ขั้นตอนทางกฎหมายหรือแค่เกมเวลา