สายการบินทั่วโลกเผชิญวิกฤตน้ำมัน Lufthansa เริ่มระงับเครื่องแล้ว
สงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านได้ส่งผลให้market น้ำมันอากาศยานผันผวนอย่างรุนแรง ปริมาณลดลงquickly และราคาพุ่งสูงต่อเนื่อง ส่งแรงกดดันอย่างหนักต่อสายการบินทั่วโลก หลายแห่งต้องเร่งปรับตัวด้วยการเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมัน ยกเลิกเส้นทางบิน หรือแม้แต่ขึ้นราคาตั๋วเพื่อรักษาprofit ที่ถูกบีบให้แคบลง
Lufthansa ซึ่งเป็นหนึ่งในสายการบินยักษ์ใหญ่ของยุโรป ได้ประกาศระงับการใช้งานเครื่องบินถึง 27 ลำทันที ถือเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สะท้อนถึงrisk ด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สายการบินในไนจีเรียเตือนว่าอาจต้องหยุดให้บริการหากprice น้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 270% นับตั้งแต่ต้นความขัดแย้ง
มาตรการตอบสนองจากภาครัฐก็เริ่มขยับ สหภาพยุโรปเร่งจัดทำplan ฉุกเฉินเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและนำเข้าน้ำมันอากาศยานจากสหรัฐฯ ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ออสเตรเลียภายใต้การนำของ Anthony Albanese ได้ร่วมมือกับบรูไนและเกาหลีใต้เพื่อจัดหาน้ำมันดีเซล 100 ล้านลิตรแล้ว เพื่อคลายpressure ด้านพลังงาน
พฤติกรรมผู้โดยสารก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยมีแนวโน้มเลือกเดินทางในระยะใกล้ หรือจองตั๋วในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนเดินทาง แทนที่จะวางแผนล่วงหน้า ซึ่งอาจส่งผลต่อdemand ตั๋วบินระยะไกล โดยเฉพาะเส้นทางไปยังตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย ความมั่นคงทางพลังงานอาจสั่นคลอนต่อเนื่อง และกระทบต่อpublic trust ต่ออุตสาหกรรมการบินในระยะยาว
แค่คิดว่าตั๋วเครื่องบินจะแพงขึ้นอีก ก็รู้สึกpressure แรงกดดันแทนคนทำงานแล้ว
Lufthansa ยังต้องระงับเครื่องถึง 27 ลำ แสดงว่าrisk ความเสี่ยงของอุตสาหกรรมนี้สูงกว่าที่คิด
เมื่อก่อนวางแผนเที่ยวล่วงหน้า 6 เดือน ตอนนี้รอใกล้วันแล้วค่อยกด เพราะprice ราคาเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง
รัฐบาลควรเร่งทำแผนสำรองพลังงานให้ชัด ไม่ใช่มาตอบโต้ช้าแบบนี้plan แผนฉุกเฉินควรเร็วกว่านี้
สายการบินราคาประหยัดอย่าง easyJet ยอดจองยังต่ำ แล้วmarket ตลาดนี้จะฟื้นเมื่อไหร่เนี่ย
สงสัยต้องเลิกบินไกล ๆ ไปสักพัก ดูจากdemand ความต้องการที่ลดลง คงไม่มีใครกล้าขึ้นราคาตั๋วอีกแล้วมั้ง