เลขาสภาพัฒน์ฯ ย้ำสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ควรขึ้น VAT
เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยืนยันว่าcurrent ยังไม่เหมาะสมที่จะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% โดยให้เหตุผลว่าต้องประเมินภาพเศรษฐกิจให้ชัดเจนกว่านี้ก่อน เนื่องจากภาระค่าครองชีพยังเป็นpressure สำคัญต่อครัวเรือนทั่วไป นายดนุชา พิชยนันท์ ระบุว่า แม้แผนการขึ้น VAT จะเคยถูกวางไว้ในpolicy ระยะยาว แต่การตัดสินใจต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ในส่วนของการประชุมร่วม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจชั้นนำ ซึ่งได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณ และสภาพัฒน์ฯ ที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.69) คาดว่าจะมุ่งเน้นการจัดทำbudget รายจ่ายประจำปี 2570 ให้ทันตามกำหนด 1 ตุลาคม โดยยังไม่มีวาระการเร่งด่วนเรื่องการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ เพราะยังไม่มีการเรียกประชุมคณะกรรมการวินัยการเงินการคลังแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนเรื่องหนี้สาธารณะอาจขึ้นอยู่กับผลการหารือระหว่างนายดนุชากับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมีกำหนดพูดคุยกันในวันนี้ (21 เม.ย.69) การไม่เร่งปรับเพดานหนี้บ่งชี้ถึงความระมัดระวังของภาครัฐในการรักษาpublic ของประชาชนและนักลงทุน แม้จะมีความต้องการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
การตัดสินใจชะลอขึ้น VAT และหนี้สาธารณะสะท้อนcaution ในเชิงนโยบาย ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่ยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ แม้รัฐบาลต้องการผลักดันโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การเพิ่มภาระภาษีหรือหนี้ในช่วงนี้อาจสร้างimpact ต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคเอกชน ทำให้ผู้กำหนดนโยบายเลือกใช้แนวทางประคับประคองมากกว่าการเร่งรัด
ถ้าไม่ขึ้น VAT ก็ต้องหาแหล่งรายได้อื่นแทน แล้วจะเอากลไกอะไรมาsupport สนับสนุนงบประมาณล่ะ
ดีแล้วที่ยังไม่ขึ้น ของแพงทุกอย่างอยู่ ถ้าขึ้นอีกคงต้องกินข้าวเปล่า
การไม่เรียกประชุมcommittee คณะกรรมการวินัยฯ แสดงว่ารัฐยังประเมินว่าระบบคลังยังควบคุมได้
แผนเดิมที่ว่าไว้ แล้วเลื่อนไปเรื่อยๆ นี่มันdelay การเลื่อนหรือเลิกทำครับ
รอคุยกับเอกนิติวันนี้ แสดงว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่สภาพัฒน์ตัดสินใจเองได้ อำนาจอยู่ที่minister รัฐมนตรีจริงๆ
ภาษีไม่ขึ้น หนี้ก็ไม่เพิ่ม แล้วโครงการใหญ่ๆ จะเอาเงินจากไหน อย่าให้สุดท้ายต้องcut ตัดงบบริการพื้นฐาน
ยังไม่ควรขึ้น VAT จริงๆ ค่าครองชีพยังสูง รายได้ไม่ขึ้น นี่คือความเป็นจริงของคนส่วนใหญ่
สัญญาณcaution ความระมัดระวังแบบนี้อาจหมายถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่แย่กว่าที่เปิดเผยออกมา