วุฒิสภาเสนอปฏิรูปภาษีรอบด้าน จ่อขยับ VAT เป็น 10% เก็บภาษีหุ้น-อีคอมเมิร์ซ
วุฒิสภาเปิดตัวข้อเสนอreform โครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ พร้อมชูแนวคิดปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT จาก 7% เป็นrate 10% โดยส่วนต่างจะถูกนำไปเก็บไว้ในบัญชีเงินออมประชาชนเพื่อใช้เป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จุดประสงค์หลักคือการเสริมสร้างfiscal sustainability ท่ามกลางแรงกดดันจากหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นและการขยายตัวของงบสวัสดิการสังคม
นอกจาก VAT แล้ว ข้อเสนอยังรวมถึงการเก็บincome tax 2% ณ ที่จ่ายจากยอดขายบนแพลตฟอร์มe-commerce การจัดเก็บภาษีจากการขายหุ้นและทองคำ รวมถึงการปรับขึ้นภาษีที่ดินรกร้างและภาษีป้ายที่ไม่ได้ใช้เพื่อการค้า ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างefficient และลดช่องว่างการเลี่ยงภาษี
คณะกรรมาธิการระบุว่า รัฐต้องการใช้เทคโนโลยี เช่น AI และระบบQR code เพื่อตรวจสอบรายได้และคัดกรองผู้มีสิทธิ์รับwelfare อย่างแม่นยำ การใช้เครื่องมือดิจิทัลนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความโปร่งใส และลดการทุจริตในระบบคลังpublic trust อาจขึ้นอยู่กับการบังคับใช้ที่เป็นธรรมและต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเพิ่ม VAT ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะจากผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ที่เตือนว่าอาจกระทบpurchasing power ของประชาชนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ขณะที่บางพรรคการเมืองสนับสนุนการขยับอัตราทีละน้อย แต่ก็มีเสียงคัดค้านแนวคิดขึ้นภาษีถึง 15% การตัดสินใจในขั้นสุดท้ายจึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างrevenue generation กับภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างรอบคอบ
ขึ้น VAT เป็น 10% เหรอ? ของกินของใช้คงprice ราคาพุ่งอีกแน่ ๆ
รัฐพูดถึงefficiency ประสิทธิภาพเยอะ แต่เคยคิดบ้างไหมว่าคนรายได้น้อยจะจ่ายไหวไหม
จริง ๆ แล้วการใช้technology เทคโนโลยีตรวจสอบรายได้ก็ดีนะ ถ้าทำจริงและไม่เน้นแค่พูด
ขึ้นภาษีหุ้นกับdigital platform แพลตฟอร์มดิจิทัลถือว่าตรงจุด แต่ต้องตามให้ทันจริง ๆ
แล้วสินค้าจำเป็นจะยังได้รับการexemption ยกเว้นภาษีไหม อย่างน้ำมัน ไฟ ข้าวสาร
ฟังดูดีนะ แต่implementation การดำเนินการจริงมักจะพัง อย่าลืมเรื่องคอร์รัปชัน
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องtax burden ภาระภาษีแต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจ
ถ้าทำได้จริง อาจสร้างlong-term stability เสถียรภาพระยะยาวได้ แต่ต้องใช้เวลา