“พิพัฒน์” เคาะใช้ตั๋วร่วมครบทุกระบบปี 2570 เริ่มเจรจาซื้อคืนสัมปทาน 1 พ.ค.
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่าจะเริ่มต้นnegotiation เพื่อbuy back จากผู้ประกอบการเอกชนตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นี้ พร้อมตั้งเป้าให้ประชาชนสามารถใช้ตั๋วร่วมได้ครบทุกระบบขนส่งภายในปี 2570 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการรวมศูนย์การบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะ และลดค่าใช้จ่ายของผู้โดยสารทั่วไป
แผนการนี้ขับเคลื่อนภายใต้ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม และ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ที่เพิ่งประกาศใช้แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำsubsidiary laws ทั้ง 98 ฉบับ แบ่งเป็น 21 ฉบับภายใต้กฎหมายตั๋วร่วม และ 77 ฉบับภายใต้กฎหมายทางราง ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้สามารถกำหนดfare rate ร่วมกันได้อย่างเป็นระบบและโปร่งใส
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการให้บัตร EMV ใช้เป็นตั๋วร่วมได้ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือโดยสาร ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวกมากขึ้น และลดความยุ่งยากในการใช้บัตรหลายใบ ขณะเดียวกัน รัฐยังวางแผนให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทั้งระบบ หรือที่เรียกว่า Single Ownership
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพ เช่น การห้ามเก็บentry fee ซ้ำซ้อน การปรับเกณฑ์การใช้บริการฟรีของเด็กเล็กจากส่วนสูงไม่เกิน 90 ซม. เป็นอายุไม่เกิน 7 ปี และสูงไม่เกิน 120 ซม. รวมถึงการให้ผู้สูงอายุได้รับส่วนลดครึ่งราคา และผู้พิการใช้บริการได้ฟรี พร้อมให้ผู้ประกอบการต้องทำpassenger insurance ผู้โดยสารขั้นต่ำ 500,000 บาทต่อคน
ถ้าทำได้จริง นี่จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคนกรุงฯ ได้มากเลยนะ โดยเฉพาะคนที่ต้องcommute เดินทางหลายต่อ
รอคอยมานานมากกับตั๋วร่วมแบบนี้ แต่กลัวว่าจะถูกdelay เลื่อนออกไปอีกเหมือนโปรเจกต์อื่นๆ
อยากเห็นการบังคับใช้จริงจัง ไม่ใช่แค่announcement ประกาศแล้วเงียบหายไป
การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ รฟม. อาจช่วยลดการทับซ้อนแต่ต้องไม่ลืมตรวจสอบอิสระ
เด็กอายุไม่เกิน 7 ปีได้ฟรีนี่ดีมาก แต่ถ้าพาลูกไปเที่ยววันหยุด แล้วต้องต่อเรือด้วย ต้องดูว่าเขาจะaccept รับบัตรเดียวกันไหม
กฎหมายลูก 98 ฉบับในสองเดือน? ดูเหมือนจะเร็วเกินไป หวังว่าจะไม่compromise เสียคุณภาพไปมาก
การซื้อคืนสัมปทานต้องใช้งบประมาณมหาศาล แล้วรัฐจะหาfunding เงินจากไหนโดยไม่เพิ่มหนี้