น้ำมันพุ่ง 100 ดอลล์: บริษัทขนส่งไทยต้องรัดเข็มขัด ปรับกลยุทธ์ หวังรอดในวิกฤติ

เมื่อราคาน้ำมันพุ่งจากbarrel ละ 60 เป็น 100 ดอลลาร์สหรัฐ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ใช่แค่ปัญหาระหว่างประเทศ แต่กลายเป็นแรงสะเทือนที่สั่นสะเทือนหัวใจของธุรกิจการขนส่งทั้งทางบกและทางเรือในไทย บริษัท อาม่า มารีน (AMA) ต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นถึง 70% ในบางช่วง ขณะที่ราคาน้ำมันเตาและดีเซลที่ใช้ในการขนส่งทางเรือยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ความต้องการสินค้าจะลดลง แต่ภาระค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นทุกวันอย่างไม่อาจหยุดยั้ง นี่คือช่วงเวลาที่ต้องstrategy ไม่ใช่แค่เพื่อเติบโต แต่เพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤติ

ในธุรกิจขนส่งทางเรือ ยอดขายคาดว่าจะหดตัวแม้อัตราค่าระวางเรือจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ทันกับต้นทุนที่พุ่ง ขณะที่ประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่อย่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย ต่างระงับการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เพื่อผลิตไบโอดีเซลในประเทศเอง ซึ่งส่งผลต่อปริมาณสินค้าที่ต้องขนส่งทางเรือ ทางออกของ AMA คือการหาเที่ยววิ่งกลับจากจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เพื่อลดภาระcost พร้อมทั้งขยายบริการไปยังกลุ่มสินค้าใหม่ เช่น ไซลีนและแนฟทา ภายใต้แนวคิดchemical ที่ไม่กัดกร่อนสูง หรือ Easy Chemical เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มช่องทางรายได้

ฝั่งธุรกิจขนส่งทางบก ดูจะมีท่าทีดีกว่าเล็กน้อย เพราะมีกลไกadjust ตามต้นทุนน้ำมัน หรือ Fuel Adjustment Factor ที่ช่วยให้บริษัทส่งผ่านภาระไปยังลูกค้าได้ แต่ก็ไม่พ้นวิกฤติ ยอดใช้ดีเซลทั่วประเทศลดลงเกือบ 40% จาก 87 ล้านลิตรต่อวัน เหลือเพียง 50 ล้านลิตร ประชาชนเริ่มลดการบริโภคและรัดเข็มขัดอย่างหนัก ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนมีนาคม ราคาน้ำมันขายส่งที่บริษัทซื้อเข้ากลับสูงกว่าราคาขายปลีกถึงลิตรละกว่า 1 บาท ทั้งที่ปกติควรจะถูกกว่า 2 บาท ความผิดปกตินี้ทำให้แม้แต่กลไกที่เคยเชื่อถือได้ก็เริ่มสั่นคลอน

เพื่อกระจายความเสี่ยง AMA จึงส่งรถขนส่ง 15 คันจากกองรถทั้งหมด 334 คัน เข้าไปในตลาด CPO โดยเน้นเส้นทางไปยังท่าเรือน้ำลึกที่กระบี่และภูเก็ต เพื่อส่งออกไปอินเดียและบังกลาเทศ รวมถึงขนส่งจากแหล่งผลิตในภาคใต้เข้าสู่โรงกลั่นไบโอดีเซล แม้ธุรกิจย่อย TSSK ที่ดูแลเม็ดพลาสติกและตู้คอนเทนเนอร์ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่โดยรวม รายได้ของบริษัทยังคงแบ่งสัดส่วนระหว่างการขนส่งทางบกและทางเรืออยู่ที่ 50:50 ซึ่งสะท้อนถึงความพึ่งพาทั้งสองสายงานอย่างเท่าเทียม

นายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ AMA เตือนว่า ปี 2569 ยังไม่ควรคาดเดา เพราะราคาน้ำมันผันผวนทุก 2-3 วันตามข่าวการเมืองโลก เขาเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการefficiency การใช้น้ำมันในกองเรือและกองรถ ขับขี่ด้วยความเร็วประหยัด และควบคุมการซ่อมบำรุงอย่างเข้มงวด พร้อมฝากความหวังว่าความขัดแย้งจะจบลงเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจโลกต้องบอบช้ำไปมากกว่านี้ — สำหรับบริษัทขนส่งอย่าง AMA การรอดชีวิตวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องกำไร แต่คือการเอาตัวรอดในสนามที่ไม่มีใครควบคุมได้

ปฏิกิริยา 7

  • ช่างสังเกตุ

    ตลาด CPO นี่น่าสนใจนะ แต่ถ้ารัฐอินโดนีเซียยังกักตุนเพื่อทำไบโอดีเซลต่อ ความต้องการขนส่งสินค้าทางเรือจะหดตัวอีกแน่

  • คนขับสิบล้อ

    Fuel Adjustment Factor มันใช้ไม่ได้จริงหรอกในทางปฏิบัติ ลูกค้าไม่ยอมจ่ายเพิ่ม เราก็ต้องกินเอง

  • นักวิเคราะห์เงา

    การย้ายรถ 15 คันไปขน CPO จาก 334 คัน มันไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทางใหญ่ แต่เป็นการdiversify แบบค่อยเป็นค่อยไป

  • นักเศรษฐศาสตร์มือสมัครเล่น

    ราคาน้ำมันขายส่งสูงกว่าปลีกได้ยังไง? กลไกตลาดมันผิดปกติชัด ๆ รัฐควรตรวจสอบsubsidy ว่ารั่วไหลตรงไหน

  • รอก่อนค่อยดู

    50:50 ระหว่างขนส่งบกและเรือ แปลว่าถ้าเรือแย่ บกต้องดี แต่ตอนนี้บกก็ไม่ค่อยดี แล้วเราจะหวังอะไรได้

  • หวังดี

    ขอให้สงครามจบเร็วจริง ๆ ไม่ใช่แค่เพื่อ AMA แต่เพื่อทุกคนในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

  • คนมองไกล

    การขยายไปยัง Easy Chemical อาจเป็นก้าวสำคัญ เพราะตลาดนี้ยังไม่ค่อยมีใครลุย โอกาสเติบโตยังสูงopportunity แบบนี้ต้องคว้าไว้

บทความอิงข้อเท็จจริงและถูกเรียบเรียงใหม่เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษ ความคิดเห็นของผู้อ่านเป็นตัวอย่างของมุมมองที่หลากหลาย

[email protected]