ยังไม่จบ ปมตัดงบอาหารกลางวัน สว.ลั่นขอทวงคืน มันคือความเป็นศักดิ์ศรี
ความตึงเครียดภายในinstitution วุฒิสภาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังมีข่าวว่าจะcancel การจัดอาหารกลางวันให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ฟรีในวันประชุม โดย นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ สว. หนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงความไม่satisfied เปิดเผยว่า มีเพื่อน สว. มาเตือนว่า พรุ่งนี้อาจเป็นมื้อสุดท้ายที่ได้กินข้าวฟรี เพราะสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะไม่สนับสนุนงบประมาณต่อไป ท่ามกลางความสับสนว่า ใครเป็นผู้ตัดสินใจ และด้วยเหตุผลอะไร
เธอระบุว่า ได้สอบถามเพื่อนร่วมงานแล้วทราบว่าเป็นมติจากwhip วุฒิสภา ที่เห็นว่าควรให้ สว. จัดการอาหารกลางวันด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่าการdecision ดังกล่าวไม่สะท้อนความเป็นหนึ่งเดียวของกลุ่ม และไม่ใช่แค่เรื่องbudget หรือค่าใช้จ่าย แต่เกี่ยวกับdignity ความเป็น สว. ที่ถูกละเมิด
นางประทุมเสนอว่า หากกังวลเรื่องcost หรือการสิ้นเปลือง ก็ควรพิจารณาลดปริมาณอาหารลง แทนที่จะeliminate ทั้งระบบ และเรียกร้องให้ประธานการประชุมเปิดเวทีให้ สว. ได้แสดงความเห็นอย่างเปิดเผย เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นunity และการยอมรับบทบาทหน้าที่
ด้าน นายชูชีพ เอื้อการ สว. อีกคน ลุกขึ้นเสนอให้มีการประชุมลับ เพื่อหาทางออกอย่างสันติ โดยเหตุผลว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาภายในที่ควรแก้ร่วมกันอย่างเป็นการภายใน นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 ในฐานะประธานที่ประชุม รับปากว่าจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับwhip group เพื่อพิจารณาอีกครั้ง ท่ามกลางคำถามว่า ความเป็นhonor ของนักการเมืองควรอยู่ที่การเสียสละ หรือการได้รับการยอมรับในบทบาท
งบแค่นี้ยังต้องตัดเหรอ แล้วโครงการใหญ่ๆ ที่กินเป็นพันล้านล่ะ ไปอยู่ไหนpublic money เงินภาษีประชาชนไม่ใช่ของเล่น
กินฟรีมาตั้งนาน แล้วจะเรียกมันว่าเกียรติเหรอ ดูเหมือนแค่privilege สิทธิพิเศษที่กำลังจะหายไปมากกว่า
ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องประชุมลับ แค่กินข้าวด้วยกันยังต้องปิดบังtransparency ความโปร่งใสหายไปตั้งแต่ไหนแล้วเนี่ย
เรื่องดูเล็ก แต่สะท้อนภาพใหญ่ การตัดอาหารกลางวัน = การลดบทบาท หรือเปล่า หรือเป็นแค่symbolic สัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง
ถ้าไม่อยากให้ใช้resource ทรัพยากรก็ลดปริมาณ ไม่ใช่ตัดทิ้ง แล้วไปกินข้างนอกกันเองแบบนี้มันแตกแยก
สว. ไม่เห็นห่วงประชาชนอดข้าว แต่ห่วงตัวเองอดกินข้าวฟรี ช่างเป็นความขัดแย้งที่น่าเจ็บใจ
พนักงานรัฐยังต้องซื้อข้าวเองเลย สว. จะเรียกร้องอะไรนักหนาequality ความเท่าเทียมอยู่ที่ไหน
ประเด็นไม่ใช่เรื่องข้าว แต่คือการสื่อว่า 'เราไม่สำคัญพออีกต่อไป' นี่คือความเชื่อมั่นในองค์กรที่เริ่มสั่นคลอน