พาราสาวะถี | ข่าวหุ้นธุรกิจ | LINE TODAY
การเสนอpolicy ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 เปอร์เซ็นต์เป็น 10 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เรื่องแปลกใจนัก หากมาจากร่างผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ วุฒิสภา เนื่องจาก สว. กลุ่มนี้ไม่มีความผูกพันโดยตรงกับประชาชน การมองข้ามความเดือดร้อนของคนทั่วไปจึงดูเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งเมื่อเทียบกับกรณีที่คณะกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา ออกมาปฏิเสธแนวคิดยกเลิกบัตรทอง 30 บาท ทั้งสองเรื่องสะท้อนภาพของกลุ่มconservative ที่ยึดมั่นในอำนาจและความรู้ของตนเอง จนพยายามเรียกร้องความสนใจจากสังคมผ่านประเด็นที่มีผลกระทบต่อชีวิตจริง
ทว่า ข้อเสนอเหล่านี้กลับไม่เป็นที่ต้องตาแม้แต่กับรัฐบาลที่มีแนวคิดทางการเมืองเดียวกัน รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล ต้องออกมาปฏิเสธทันทีว่าเป็นrumor โดยเฉพาะกรณีการขึ้นแวต 10% ที่สร้างความสับสนให้กับประชาชน ขณะเดียวกัน ประเด็นที่ร้อนแรงกว่าคือข่าวรัฐบาลพิจารณาออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ท่ามกลางแรงกดดันและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ทำให้อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ ต้องโยนไมค์ให้เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีคลัง เป็นผู้ชี้แจง
อย่างไรก็ตาม ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ได้ให้ข้อมูลในเชิงกฎหมายว่ารัฐสามารถดำเนินการกู้เงินได้ แต่ย้ำว่าไม่รู้ว่าจะทำจริงหรือไม่ ทว่าคำพูดนี้กลับถูกตีความเกินจริง จนเขาต้องออกมายืนยันต่อสื่อมวลชนด้วยท่าทีจริงจัง พร้อมตัดพ้อว่าไม่พอใจที่คำอธิบายเชิงlegal ถูกแปลเป็นประเด็นการเมือง เขาแสดงความรู้สึกว่าอาจเลือกไม่พูดในอนาคต เพราะไม่ใช่นักการเมืองมืออาชีพ และเข้ามาเพื่อทำงานเพื่อpublic ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความตึงเครียดภายในรัฐบาลเอง ระหว่างเจตนาของบุคคลกับแรงกดดันจากpolitical โดยเฉพาะเมื่อชนชั้นelite และเทคโนแครตที่เข้ามาร่วมงานมักถูกตั้งคำถามถึงจุดยืนว่า ทำเพื่อประชาชน หรือเพื่อรับใช้ฝ่ายอำนาจ กรณีการขึ้นราคาน้ำมันก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าเป็นผลจากสถานการณ์โลก แต่ตีความว่าเป็นการถอนทุนทางการเมืองอย่างรวดเร็ว อีกทั้งการตัดสินใจของ ป.ป.ช. ที่ยกคำร้องคดีศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยไม่เปิดเผยเหตุผลอย่างชัดเจน ก็ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นในความtransparent สั่นคลอน
นโยบายแบบนี้ไม่ต่างจากshifting การผลักภาระไปให้คนจน แล้วบอกว่าเพื่อเศรษฐกิจ
รัฐบาลบอกว่าโปร่งใส แต่เวลาคนตั้งคำถามกลับบอกว่าเป็นแค่ข้อกฎหมาย ฟังดูไม่ต่างจากexcuse ข้ออ้าง
ถ้าขึ้นแวตเป็น 10% แล้วราคาสินค้าทุกอย่างขึ้นตาม รายได้เราไม่ขึ้น ชีวิตจะยิ่งลำบาก ใครคิดว่าไม่เป็นimpact ผลกระทบนี่คงไม่เคยซื้อของเอง
ปกรณ์พูดถูกแล้วว่าเป็นแค่การตอบในมุมกฎหมาย แต่สื่อก็ตีความผิด สังคมก็ไม่เข้าใจ แบบนี้ไม่ใช่ความผิดของเขานะ
5 แสนล้านบาทไม่ใช่ตัวเลขเล็ก ๆ ถ้าเอาไปกู้โดยไม่ชี้แจงว่าจะใช้ทำอะไร แบบนี้เรียกว่าประมาทแน่นอน
ทุกครั้งที่มีข่าวใหญ่ ใครที่ออกมาปฏิเสธเร็วที่สุด มักจะเป็นคนที่เริ่มรู้สึกpressure กดดันแล้ว
แล้วใครจะรับผิดชอบถ้าสุดท้ายนโยบายล้มเหลว หรือเงินกู้หายไปโดยไม่มีความรับผิดชอบ